Mothers Interview

Mothers Interview – สัมภาษณ์พิเศษกับคุณแม่สุดแนว ไอด้า ไอรดา

Mothers Interview – สัมภาษณ์พิเศษกับคุณแม่สุดแนว ไอด้า ไอรดา

Bookmark this on Google Bookmarks
Pocket
LINEで送る

เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า การเดินทางของชีวิตคู่นั้น ไม่ได้สวยงามเสมอไป บางคู่ทางเดินอาจจะสวยงามราวกับถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ แต่สำหรับบางคู่นั้น ก็มีอุปสรรคต่างๆ นาๆ ที่เข้ามา จนบางครั้งอาจจะต้องปล่อยมือกันในระหว่างทาง

Nico labo magazine กับคอลัมน์ Mothers Interview มีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้หญิงที่ทั้งเก่งและสตรอง ที่ทุกวันนี้เธอเป็นคุณแม่สุดแนวมากคนหนึ่ง ไอด้า ไอรดา ศิริวุฒิ ที่ได้มาเล่าถึงเรื่องราวตั้งแต่แรกเริ่มเข้าวงการบันเทิงจนถึงปัจจุบัน รวมถึงวิธีเลี้ยงลูกในแบบฉบับคุณแม่สุดแนวให้เราฟัง

P3150176

Q : ก่อนหน้านี้มีผลงานอะไรบ้างในวงการบันเทิงคะ

A : ตอนแรกเลยเข้ามาจากถ่ายนิตยสารก่อน หนังสือ Cheeze Magazine จะเป็นนิตยสารวัยรุ่น Street Fashion แล้วเหมือนเราได้มีโอกาสถ่ายแบบของ Cheeze ปุ้ปก็มีงาน MV ภาพยนตร์ พิธีกร ตอนนั้นรู้สึกจะเรียนจบปี 4 พอดี คือจริงๆ เราเรียนวิศวะมา จบวิศวะแต่ก็ยังไม่ได้ไปทำงานในด้านนั้นเลย พอเรียนจบปุ้บ โชคดีมีโอกาสตรงนี้เข้ามาก็ยาวเลย

P3150216

Q : รู้จักกับคุณแอมมี่ได้อย่างไร

A : ก็คือตอนนั้นเราเป็นพิธีกรรายการแรกเลยค่ะ และเป็นเทปที่ไปสัมภาษณ์เค้าพอดี ก็เลยได้รู้จักกัน ก็เริ่มคุยกันตั้งแต่ตอนนั้น

Q : อยากให้เล่าถึงช่วงที่เป็นแฟนกัน จนถึงรู้ตัวว่ากำลังมีน้อง

A : ตอนนั้นเราเรียนจบทั้งคู่ แล้วก็ทำงานในวงการมาได้ประมาณ 2 ปี แล้วก็คุยกันคบกันมาได้ประมาณ 2 ปี แล้วเรามีความคิดตรงกัน เราวางแผนว่าอยากจะมีอนาคตด้วยกัน จะอยู่กับคนนี้ เราก็เลยออกมาลองใช้ชีวิตด้วยกัน เพราะว่าเรารู้สึกว่าบางทีถ้าไม่ใช้ชีวิตด้วยกันมันไม่รู้ในมุมอีกมุมนึงที่ต่างคนต่างไม่เคยเห็นกัน ก็เหมือนจะได้รับกันได้ทุกมุม เห็นกันครบทุกอย่างจริงๆ แล้วก็มีน้องมาพอดี ซึ่งก็ไม่ได้วางแผนด้วย มันก็เหมือนเป็นช่วงที่เราพร้อมแล้ว ความรู้สึกแรกตอนที่มีน้อง ก็ตกใจ ตื่นเต้นมันหลายๆ อย่างเลยนะ เพราะว่าคือเราก็ไม่คิดด้วยแหละว่าเราจะเป็นแม่คนด้วย

P3150116

Q : ตอนที่รู้ว่ามีน้อง บอกกับใครเป็นคนแรก และทุกคนรู้สึกอย่างไร

A : ตอนแรกโทรบอกคุณแม่ซึ่งอยู่ที่ญี่ปุ่น แม่ก็ตื่นเต้น กับคุณพ่อตอนแรกยังไม่กล้าบอก เพราะว่าเราสนิทกับพ่อมาก แล้วแอมมีเค้าอยากจะบอกกับคุณพ่อเอง เค้าก็เป็นคนนัดคุณพ่อ แล้วก็ไปคุย คือตรงนี้มันแล้วแต่ครอบครัวจริงๆ นะ คืออย่างครอบครัวเราเค้าเลี้ยงมาเป็นเพื่อนเค้าก็สอนตลอด อย่างลัลลาเบลเค้าก็บอกว่าให้เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนนะ ถ้าเรามีปัญหาเราก็กล้าบอก เรากล้าที่จะพูด เพราะบางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะมีวุฒิภาวะมากพอในการตัดสินใจรึเปล่า ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้สนิทกับครอบครัวเลย เราอาจจะไม่กล้าบอกและอาจจะไปคิดทำอะไรที่ไม่ดีก็ได้ ตรงนี้เหมือนเรากล้าบอกแล้วเราก็ช่วยกันตัดสินใจ ช่วยกันแก้ปัญหา จริงๆ คือครอบครัวยังไงก็ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุด แล้วหลังจากที่ทุกคนที่บ้านทราบข่าว ที่บ้านก็ดีใจ เป็นหลานสาวคนแรกของทีบ้าน ทุกคนก็แบบว่ากรี๊ด ดีใจ แล้วคุณพ่อเค้าชอบเด็กผู้หญิงด้วย จริงๆ โชคดีมาก ที่ที่บ้านเลี้ยงมาแบบเพื่อน กับคุณพ่อคุณแม่เรามีอะไรเราคุยกันทุกเรื่อง เค้าก็มองว่าเราโตแล้ว เราทำงานเอง เราดูแลตัวเอง ที่ผ่านมา 2 ปีที่เราทำงานมาเราก็ดูแลเค้าด้วย เค้าก็เลยรู้สึกว่าโอเค เราน่าจะพร้อมแล้ว

P3150097

Q : ในจุดที่เลิกกับคุณแอมมี่ มีวิธีการบอกลูกอย่างไร

A : เราก็บอกตรงๆ เหมือนที่เราบอกพ่อแม่เรา แล้วคือลัลลาเบลเค้าต่างจากเด็กคนอื่นตรงที่เค้ารู้เรื่องเร็ว หมายถึงเค้ามีความเป็นผู้ใหญ่กว่าวัยค่อนข้างเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่เหมือนเพื่อนมีอะไรก็คุยกับลูกตั้งแต่เด็ก และก็ตอนที่เกิดเรื่องก็คือ เราก็อธิบายเลยว่า หม่าม๊ากับป๊ามี่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ แต่ว่าเรารักหนูเหมือนเดิม เป็นเพื่อนกันไป เค้าก็โอเค เข้าใจเรื่องราวเหมือนไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แต่เค้าเคยถามนะ ว่าป๊ามี่กับหม่าม๊าไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วหรอ เราก็เลยบอกว่าใช่ค่ะ คือหม่าม๊ากับป๊ามี่เป็นเพื่อนกันนะ แต่ว่าหลักๆ ก็คือจะดูแลหนูเหมือนเดิม โอเคถ้าปกติหนูอยู่กับหม่าม๊าเนอะ แต่ถ้าป๊ามี่ว่างหนูไปอยู่กับป๊ามี่ได้ ป๊ามี่มารับไปเที่ยวได้ แล้วพออยู่ไปเรื่อยๆ เค้าก็ซึมซับเองว่ามันเป็นแบบนี้ เค้าก็เข้าใจ

Q : ทราบมาว่าตอนช่วงที่ตั้งครรภ์มีปัญหาด้านสุขภาพ ตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง

A : ก็ตอนนั้นมีโรคประจำตัวพอดีค่ะ ไทรอยด์เป็นพิษ คือเราไม่รู้ตัวว่าเราเป็นโรคนี้ จริงๆ แล้วเป็นตั้งแต่กำเนิด ผอมมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าไม่เคยตรวจไทรอยด์มาก่อน มารู้ตอนที่กำลังมีน้อง แล้วโรคกำเริบพอดี เป็นช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงเยอะ เช่น เวลาไปทำงานเราก็เป็นลมในกองบ่อยมาก ทั้งๆ ที่ปกติเป็นคนแข็งแรง ก็ไปตรวจก็เลยเจอ เป็นไทรอยด์ค่าความเป็นพิษสูงกำลังอันตรายเลย แล้วเราก็มีน้องพอดีด้วย แล้วคือจริงๆ เป็นคนเป็นโรคเลือดจางอยู่แล้วด้วย คือเป็นพาหะธาลัสซีเมียนะคะ แล้วเราเป็นความดันต่ำผิดปกติ และก็เลือดน้อยเลือดจางมากกว่าปกติหน่อย ซึ่งก็ค่อนข้างอันตราย เพราะเป็นพร้อมๆ กัน

Q : ได้ปรึกษากับคุณหมอเกี่ยวกับการดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์อย่างไรบ้าง

A : โชคดีที่คุณอาเป็นหมอสูตินรีแพทย์ ก็ปรึกษาและฝากครรภ์ที่สมิติเวชก่อนตอนแรก คุณหมอก็ดูแลใกล้ชิดเลยค่ะ ก็จะเปลี่ยนอาหาร เปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมดเลย ปกติเป็นคนไม่ทานผัก กินน้อย เลือกกิน ก็เปลี่ยน เดี๋ยวนี้ก็ทานผักได้แล้ว เพราะมันเหมือนสถานการณ์บังคับ ไม่อย่างนั้นลูกเราก็จะอันตราย สารอาหารมันไม่ถึงลูกไงคะ ก็พยายามกินทุกอย่าง แล้วคือแอมมี่เองก็จัดระบบใหม่ให้เราเลย เรื่องการกิน เรื่องการใช้ชีวิต พักผ่อนแล้วก็หยุดงานไปเลย แต่ตอนนี้ร่างกายก็กลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว

Q : แล้วสุขภาพของน้องหลังจากคลอดเป็นอย่างไรบ้าง

A : ตอนนั้นคุณหมอบอกว่าจะเป็นไทรอยด์โดยกำเนิดค่ะ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว เพราะว่าเด็กหลังคลอดแล้วเค้าปรับสมดุลเอง ถ้าสมมุติว่าโชคดีลูกปรับสมดุลได้ลูกก็จะเป็นปกติ แต่ถ้าเด็กปรับสมดุลไม่ได้ก็อาจจะเป็นตามแม่เป็นกรรมพันธ์ุ โชคดีที่ลัลลาเบลเค้าปรับสมดุลเองได้เลยไม่เป็น เป็นแค่ตอนแรกที่คลอดออกมาเหมือนไทรอยค่าผิดปกตินิดนึง

Q : ปัจจุบันน้องซนมากหรือไม่ มีวิธีการรับมืออย่างไร

A : ซนมากๆ เหมือนเด็กผู้ชายเลย จะเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ พูดเยอะ พูดมาก อะไรอย่างนี้ รับมือยังไงเหรอ คือเราก็พยายามไม่ห้าม อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าอยู่บ้าน เค้าจะมีกล่องของเล่นของเค้า ก็เล่นเต็มที่เลยลูก เล่นเสร็จก็เก็บแค่นั้น ก็สอนให้เค้าเก็บ แต่เค้าก็จะเล่นค่อนข้างนานกว่าปกติ จะเหมือนใช้ถ่านชาร์ต ไม่หลับ ไม่ง่วง จะ alert กว่าปกตินิดนึง

Q : ได้วางแผนเกี่ยวกับเรื่องเรียนของน้องไว้บ้างหรือยัง

A : ก็เหมือนคุณแม่ทั่วไปค่ะ อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ แบบที่บ้านซีเรียสด้วย และฝ่ายแอมมี่เค้าจะซีเรียสกับตรงนี้นิดนึง ซึ่งเราก็อยากให้อยู่โรงเรียนที่ดี ดีในที่นี้คือ โอเควิชาการดี สภาพแวดล้อมดี ก็มองไว้ที่นึง เป็นโรงเรียนดังแต่มันอยู่ไกลจากที่บ้านมาก เราก็นึกถึงตอนเราเรียน เราตื่นตอนตี 5 ทุกวันอย่างนี้ แล้วอย่างลัลลาเบลมันไม่ใช่ตื่นตี 5 ด้วย คือถ้าเรียนโรงเรียนนั้น ก็ต้องออกจากบ้านตี 5 ก็เลยคุยกันว่า สงสารลูก ลูกเหนื่อย แล้วแถวบ้านมันก็มีโรงเรียนที่ดีนะ เป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างโอเคเลย เป็น 2 ภาษาด้วย แล้วก็เป็นลักษณะคล้ายๆ waldorf นิดนึง แต่ก็มีวิชาการด้วย ก็สรุปได้เป็นโรงเรียนใกล้บ้านค่ะ

Q : อยากส่งเสริมทักษะด้านไหนให้น้องเป็นพิเศษมั้ยคะ

A : ภาษาอังกฤษค่ะ เพราะว่าเราชอบภาษาอังกฤษด้วย แล้วก็รู้สึกว่าได้ภาษามันก็ดี เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ต้องใช้ภาษา ก็เลยอยากให้เค้าเน้นภาษาค่ะ แต่ที่เห็นแววว่าเค้าชอบน่าจะเป็นศิลปะดนตรี ชอบร้องเพลง ชอบวาดรูป ระบายสี เดี๋ยวนี้มาชอบรีวิว เค้าก็จะแบบว่า เหมือนเล่นคนเดียวนะ ถ้าวันนี้คุณแม่ไม่ว่าง เดี๋ยวหนูจะรีวิวแทนค่ะ ก็รีวิวทุกอย่างเลย ในรอบตัวน่ะ นางก็รีวิวหมด

P3150046

Trick ในการเลี้ยงลูกแบบคุณแม่ไอด้า

  • เลี้ยงลูกแบบเพื่อน อยากให้เค้ากล้าบอกเราได้ทุกอย่าง คุยกันได้ทุกเรื่อง
  • หาว่าลูกมีจุดเด่นด้านไหน ก็ส่งเสริมด้านนั้นๆ ส่วนในด้านที่เค้าไม่ถนัดก็ยังคงให้เรียน แต่ก็จะไม่กดดันว่าเค้าต้องเก่งทุกด้าน
  • สิ่งที่ไม่ดีเราก็จะไม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่จะสอนให้เค้ารู้สิ่งไหนที่ดีหรือไม่ดี

Trick การเลี้ยงลูกในแบบฉบับคุณแม่ไอด้าน่าสนใจไม่น้อย ยังไงก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้นะคะ และทาง Nico Labo Magazine ก็ขอขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยจ้า

ติดตามผลงาน และ Brand เสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณแม่คนเก่ง ไอด้า ไอรดา ศิริวุฒิ ได้ที่

เสื้อผ้าสุดเก๋ Dear Boy Letter

https://www.instagram.com/dearboyletter/

https://www.facebook.com/dearboyletter

เครื่องประดับสุดชิค MS AND MRS 

https://www.instagram.com/msandmrs/

https://www.facebook.com/msandmrsfromheadtotoe

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *